หนานหนิง, จีน, 29 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ — มูลนิธิเอิร์ธแคร์ (EarthCare Foundation: ECF) ได้ร่วมจัดการประชุมย่อยในหัวข้อ "Vision 2030 for a Resilient Future" (วิสัยทัศน์ปี 2573 เพื่ออนาคตที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง) ภายใต้การประชุมความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมอาเซียน-จีน ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ระหว่างวันที่ 16-17 กันยายนที่ผ่านมา
การประชุมนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีนและรัฐบาลประชาชนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักเลขาธิการอาเซียนและองค์การยูนิเซฟประจำประเทศจีน ซึ่งมีผู้แทนกว่า 200 คนจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของจีนและอาเซียน คณะผู้แทนทางการทูต องค์การระหว่างประเทศ สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา เวทีระดับภูมิภาคที่มีความสำคัญนี้ได้จัดการประชุมมาแล้ว 15 ครั้งเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างอาเซียนและจีน และในการประชุมปีนี้ได้มีการเปิดตัวกรอบยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมอาเซียน-จีน ค.ศ. 2026-2030 (2569-2573) อีกด้วย
ในการประชุมย่อยดังกล่าว ผู้เข้าร่วมได้หารือเกี่ยวกับเมืองที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิถีชีวิตที่ยั่งยืน และความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัวของชุมชนชายฝั่ง โดยคุณ Ho Sau Fong ผู้อำนวยการของ ECF ได้เน้นย้ำบทบาทของฮ่องกงในการเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง งานวิจัย ความต้องการของชุมชน และทรัพยากรด้านการกุศล ทั้งในจีนและกลุ่มประเทศอาเซียน
ECF ก่อตั้งขึ้นที่ฮ่องกง ประเทศจีน ในปี 2544 โดยได้ให้การสนับสนุนโครงการเพื่อการกุศลมาแล้วกว่า 100 โครงการ ด้วยเงินทุนรวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง การดำเนินงานขององค์กรครอบคลุมทั้งด้านการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อาหารและการเกษตรยั่งยืน วิถีชีวิตที่ยั่งยืน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชีย
คุณ Ho ได้นำเสนอโครงการข้าวที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศของ ECF ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2564 ร่วมกับพันธมิตรในมณฑลยูนนาน เสฉวน เฮยหลงเจียง หูหนาน เจียงซี และกวางตุ้ง ด้วยวิธีการต่าง ๆ อาทิ การทำแปลงแบบร่องสลับสัน การบริหารจัดการน้ำและธาตุอาหารแบบบูรณาการ การปลูกพืชโดยใช้วัสดุคลุมดิน และการปรับปรุงเครื่องจักรกลการเกษตร ทำให้ครัวเรือนและสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มทั้งผลผลิตและรายได้ขึ้นอย่างน้อย 10% อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับภัยแล้งและฝนตกหนักได้ดียิ่งขึ้น
ดร. สุดาวดี ลิ้มไพบูลย์ ผู้ประสานงานโครงการของ ECF ได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูป่าไม้ในประเทศไทยและโครงการเพื่อชุมชนในพื้นที่ชายฝั่งของประเทศอินโดนีเซีย โดยอธิบายถึงแนวทางการทำงานร่วมกับพันธมิตรและชุมชนในท้องถิ่น เพื่อผสานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่ยั่งยืนเข้ากับการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ในระยะต่อไป ECF มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประชาชนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยสร้างรากฐานความร่วมมือระดับชุมชนและผนึกกำลังกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ สถาบันวิจัย องค์กรการกุศล ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชน ECF เชื่อมั่นว่าชุมชนไม่ควรเป็นเพียงผู้รับผลประโยชน์เท่านั้น แต่ควรมีบทบาทเป็นทั้งผู้มีส่วนร่วมและผู้ร่วมสร้างสรรค์แนวทางที่สอดคล้องกับบริบทและความเป็นจริงของท้องถิ่น ด้วยการผสานองค์ความรู้จากการวิจัย ความต้องการของชุมชน และทรัพยากรด้านการกุศลเข้าด้วยกัน มูลนิธิมุ่งสนับสนุนการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและยาวนาน เพื่อสร้างภูมิภาคที่มีความยั่งยืนและมีขีดความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ติดต่อ:
Du Bowen
bwdu@earthcare.foundation
+852 5226 2940
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.
