![]() |
รายงานวิจัยซึ่งอิงตาม AI Persona มากกว่า 1,000 ราย พบว่าบริษัทบริหารความมั่งคั่ง 84% ยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานใหม่ แต่มีน้อยกว่า 10% ที่เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
นิวยอร์ก และนอยดา, ประเทศอินเดีย, 29 กันยายน 2569 /PRNewswire/ — HCLTech (NSE: HCLTECH) (BSE: HCLTECH) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เปิดเผยรายงานการวิจัยสังเคราะห์ "Hidden In Pl(AI)n Sight" ซึ่งถือเป็นงานวิจัยรูปแบบใหม่ที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม โดยอ้างอิงจากการสำรวจ AI Persona ที่เป็นตัวแทนจำนวน 1,066 ราย ซึ่งจำลองจากผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับอาวุโสในอุตสาหกรรมบริหารความมั่งคั่ง ครอบคลุม 17 ตลาดทั่วโลก
ผลการวิจัยนี้เผยว่า บริษัทบริหารความมั่งคั่งทั่วโลก 84% เชื่อว่ารูปแบบการดำเนินงานของตนจำเป็นต้องได้รับการออกแบบใหม่ในระดับพื้นฐาน เพื่อให้สามารถบรรลุศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ไม่ได้อยู่ที่การนำ AI มาใช้เท่านั้น แต่อยู่ที่การคิดทบทวนและปรับเปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจดำเนินงาน แข่งขัน และเติบโต นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า แม้ทีมผู้นำในอุตสาหกรรม 98% กำลังดำเนินงานตามวาระด้าน AI อย่างแข็งขัน แต่มีเพียงมากกว่า 7% เล็กน้อยเท่านั้นที่กำลังสร้างขีดความสามารถด้าน agentic AI อย่างจริงจัง
งานวิจัยนี้ระบุจุดบอดสำคัญ 3 ประการที่ทำให้บริษัทบริหารความมั่งคั่งไม่สามารถเปลี่ยนความกระตือรือร้นและตื่นตัวในการนำ AI มาใช้ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
1. จุดบอดด้านความมุ่งมั่น โดยบริษัทต่าง ๆ ตระหนักถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงจัดสรรงบประมาณสำหรับการนำ AI มาใช้โดยมุ่งเน้นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพ
2. จุดบอดด้านการดำเนินการ ซึ่งการลงทุนจำนวนมากในเทคโนโลยีไม่ได้มาพร้อมกับการลงทุนด้านข้อมูลลูกค้าและข้อมูลเชิงลึกที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างแท้จริง
3. จุดบอดด้านกลยุทธ์ โดยบริษัทต่าง ๆ ติดตามการนำ AI มาใช้งาน แต่ไม่สามารถวัดผลกระทบของ AI ที่มีต่อการเติบโต รายได้ และลูกค้า
"อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการลงทุน แต่มีปัญหาเรื่องการเลือกว่าจะลงทุนในสิ่งใด" Srinivasan Seshadri ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโต (Chief Growth Officer) และหัวหน้าระดับโลกด้านบริการทางการเงินของ HCLTech กล่าว "บริษัทบริหารความมั่งคั่งเกือบทุกแห่งกำลังใช้จ่ายเงินกับ AI แต่มีบริษัทจำนวนน้อยกว่ามากที่สามารถระบุได้ว่ากำลังจัดสรรเงินทุนให้กับโครงการใด AI เข้าไปมีบทบาทในรูปแบบการดำเนินงานมากน้อยเพียงใด หรือพวกเขากำลังวัดผลลัพธ์ที่มีความสำคัญจริงอยู่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้ารายใหม่ รูปแบบการเติบโต และรูปแบบรายได้ งานวิจัยของเราพบว่า ผู้นำ 84% ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานครั้งใหญ่ในระดับพื้นฐาน แต่มีเพียง 12% เท่านั้นที่กำลังวัดประเมินรายได้ใหม่ที่การปรับเปลี่ยนนั้นควรสร้างให้เกิดขึ้น นี่คือจุดบอดที่องค์กรชั้นนำจะเร่งแก้ไขเป็นอันดับแรก"
งานวิจัยนี้ผสานทั้งขนาด ความรวดเร็ว และขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์ของ AI เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกของมนุษย์เป็นแกนหลัก ผู้ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรม นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและจริงจังตลอดกระบวนการ โดยร่วมท้าทายสมมติฐาน เพิ่มบริบทให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และตรวจสอบผลการวิจัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์มีทั้งความสร้างสรรค์และตั้งอยู่บนประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม
"การศึกษานี้ถือเป็นรูปแบบใหม่ของการสร้างข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเป็นรูปแบบที่ AI ช่วยให้เราสามารถดำเนินงานได้ในวงกว้างและรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ก็ช่วยให้มั่นใจว่าผลการค้นพบทั้งหมดมีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้" Jill Kouri ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระดับโลกของ HCLTech กล่าว "นี่คือการแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้เมื่อ AI และความเชี่ยวชาญของมนุษย์ทำงานร่วมกัน และเป็นขีดความสามารถในลักษณะเดียวกับที่เราตั้งใจจะพัฒนาภายในองค์กรให้มากยิ่งขึ้น"
บริษัทที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนจะเป็นบริษัทที่ผสาน AI เข้ากับสินทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุดของตน นั่นคือองค์ความรู้เกี่ยวกับลูกค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ซึ่งสั่งสมมานานหลายทศวรรษ ผู้บริหารจัดอันดับให้ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยตรงจากลูกค้า (first-party data) และข้อมูลด้านพฤติกรรม เป็นปัจจัยสร้างความแตกต่างที่มีคุณค่ามากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี แพลตฟอร์มคลาวด์ หรือความร่วมมือด้าน AI ขณะที่เกือบ 80% เชื่อว่า ผู้นำอุตสาหกรรมในอนาคตจะเป็นบริษัทที่สามารถประสานการทำงานระหว่าง AI ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ และพันธมิตรในระบบนิเวศได้ดีที่สุด ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (89%) และอเมริกาเหนือ (84%) แสดงระดับความเชื่อมั่นสูงที่สุด ขณะที่ยุโรปตามหลังอยู่ที่ 38.3% ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าแต่ละตลาดมีระดับความพร้อมและความเร็วในการเปลี่ยนผ่านที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ: การบุกเบิกรูปแบบใหม่ของการวิจัยด้วย AI
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นร่วมกับ Evidenza และถือเป็นหนึ่งในการประยุกต์ใช้การวิจัยสังเคราะห์ที่ครอบคลุมมากที่สุดครั้งหนึ่งในอุตสาหกรรมบริหารความมั่งคั่งจนถึงปัจจุบัน
ระเบียบวิธีวิจัยสะท้อนแนวทางเดียวกับที่ HCLTech แนะนำให้แก่ลูกค้า นั่นคือ AI ในระดับขนาดใหญ่ (AI at Scale) และการใช้ดุลยพินิจของมนุษย์ในช่วงเวลาสำคัญ แทนที่จะใช้ AI เพื่อทดแทนความเชี่ยวชาญแบบดั้งเดิม AI ได้ถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับและขยายขีดความสามารถดังกล่าว โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ Persona การพัฒนางานวิจัย และการตรวจสอบความถูกต้องของผลการวิจัย
ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นทั้งแนวทางใหม่ในการทำความเข้าใจอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อน และตัวอย่างเชิงปฏิบัติของการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยการนำการวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญของมนุษย์ การศึกษานี้แสดงให้เห็นรูปแบบที่องค์กรต่าง ๆ สามารถขยายขีดความสามารถด้านการใช้ข้อมูลเชิงลึกและสติปัญญา โดยยังคงสามารถรักษาความไว้วางใจ ความเข้มงวด และความโปร่งใสไว้ได้
ท้ายที่สุด รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนอาจไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่นำ AI มาใช้งานมากที่สุด แต่เป็นบริษัทที่ผสาน AI เข้ากับสินทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สุดของตน ได้แก่ องค์ความรู้เกี่ยวกับลูกค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ และความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรในระบบนิเวศ
สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่: https://www.hcltech.com/financial-services/capital-market.
เกี่ยวกับ HCLTech
HCLTech เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีพนักงานกว่า 223,000 คนใน 60 ประเทศทั่วโลก โดยได้ส่งมอบขีดความสามารถชั้นนำในอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์ ดิจิทัล วิศวกรรม คลาวด์ และซอฟต์แวร์ โดยขับเคลื่อนผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีที่หลากหลาย บริษัททำงานร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก โดยนำเสนอโซลูชันสำหรับภาคบริการทางการเงิน การผลิต ชีววิทยาศาสตร์และการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีและการบริการ เซมิคอนดักเตอร์ โทรคมนาคมและสื่อ ธุรกิจค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค การคมนาคม และบริการภาครัฐ ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมตลอด 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ปี 2569 อยู่ที่ 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเราจะช่วยเร่งความก้าวหน้าให้กับคุณได้อย่างไรที่ hcltech.com
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:
Meredith Bucaro, ทวีปอเมริกา – meredith-bucaro@hcltech.com
Elka Ghudial, ทวีปยุโรป – elka.ghudial@hcltech.com
James Galvin, ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) – james.galvin@hcltech.com
Nitin Shukla, อินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา – nitin-shukla@hcltech.com
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.
