เซี่ยงไฮ้, 19 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ — ในงาน HUAWEI CONNECT 2026 Huawei ได้เผยโฉมโซลูชัน Stellar AI Network เวอร์ชันอัปเกรด ชูแนวคิดการเชื่อมต่ออัจฉริยะควบคู่ความปลอดภัย ยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผล การส่งผ่านข้อมูลแบบไม่สูญเสีย และรองรับการใช้งานอย่างรวดเร็ว โซลูชันแห่งอนาคตนี้พร้อมปลดล็อกศักยภาพการประมวลผลเต็มขั้น พร้อมปกป้องคุ้มครองการให้บริการในยุค AI

Huawei เปิดตัว Stellar AI Network เวอร์ชันอัปเกรด ยกระดับการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ปลอดภัย ขับเคลื่อนโลกยุค Agentic
Leon Wang, President of Huawei’s Data Communication Product Line, delivering a speech

ทุกวันนี้ AI ถูกนำไปใช้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ปริมาณการใช้งาน Token ต่อวันพุ่งสูงขึ้นถึง 260 เท่าภายในเวลาเพียงปีเดียว เพื่อตอบรับกับแนวโน้มดังกล่าว Huawei จึงได้ยกระดับโซลูชัน Stellar AI Network ซึ่งครอบคลุมทั้ง AI Fabric, AI WAN และ AI Campus โดยมุ่งเสริมสร้างระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะควบคู่ไปกับความมั่นคงปลอดภัย

Stellar AI Fabric 2.0

  • ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ: เพื่อรับมือกับปัญหาท้าทายต่าง ๆ เช่น ต้นทุนระบบเครือข่ายที่พุ่งสูง การแปลงโปรโตคอลที่ล่าช้า และปัญหาการส่งข้อมูลซ้ำอันเกิดจากสภาวะลิงก์ไม่เสถียร Huawei จึงได้เปิดตัวสวิตช์ UBG ซีรีส์ SF9300 ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับ Ascend A5/A6 แล้ว จะกลายเป็นโซลูชันเชื่อมโยงการประมวลผลผ่านเครือข่าย UBG แบบครบวงจร โดยสถาปัตยกรรมสองชั้นแบบหลายระนาบนี้ ช่วยตัดชั้น Core Layer ออกไป ส่งผลให้ลดต้นทุนการติดตั้งเครือข่ายลงได้ถึง 30% อีกทั้งการใช้โปรโตคอลแบบรวมศูนย์ยังช่วยลดความหน่วงแบบต้นทางถึงปลายทาง จาก 20 μs เหลือเพียง 11 μs นอกจากนี้ เทคโนโลยีการส่งข้อมูลซ้ำในชั้นลิงก์ (Link-Layer Retransmission หรือ LLR) ยังช่วยให้การส่งแพ็กเกจข้อมูลไม่สูญหายเลยแม้ในช่วงลิงก์ไม่เสถียร ลดระยะเวลาที่ระบบคลัสเตอร์ต้องหยุดทำงานได้ถึง 100 ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ Huawei ยังได้เปิดตัวสวิตช์ NPO ซีรีส์ CloudEngine XH9300-EN ที่พัฒนาขึ้นเองภายในองค์กรทั้งหมด ซึ่งมาพร้อมนวัตกรรมก้าวหน้าสำคัญ 3 ประการ ประการแรก การออกแบบแหล่งกำเนิดแสงแบบรวมศูนย์ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานในการเชื่อมต่อจาก 1,000 W เหลือเพียง 600 W จึงช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าของระบบคลัสเตอร์ ประการที่สอง สถาปัตยกรรมแบบ Near-Packaged ช่วยลดความหน่วงในการแปลงสัญญาณแสงและไฟฟ้าลง 180 ns ส่งผลให้ประสิทธิภาพความหน่วงของโหนดเดี่ยวดีขึ้น 26% และประการที่สาม โครงสร้างแบบ Snap-Fit ที่ถอดเปลี่ยนได้ ช่วยให้สามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ในพื้นที่ได้ทันที ลดระยะเวลาฟื้นฟูระบบจากเหตุขัดข้องจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
  • ความมั่นคงปลอดภัย: โซลูชันเกราะป้องกันความปลอดภัย 3 ชั้น จาก Huawei มุ่งยับยั้งและป้องกันการลักลอบโจรกรรมกำลังการประมวลผล การแทรกแซงคำสั่งการ และการฝังมลพิษในโมเดล โดยมีกลไกการทำงานสำคัญอย่าง Network Guardrail ที่มาพร้อมโมเดลตรวจจับการแอบขุดคริปโทเคอร์เรนซีในตัว ให้ความแม่นยำในการตรวจจับสูงถึง 95% พร้อมระงับทราฟฟิกที่เป็นภัยคุกคามได้ในระดับมิลลิวินาที ส่วน Agent Guardrail ทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีประเภท Prompt Injection ด้วยความแม่นยำ 95% โดยมีความหน่วงในการทำงานไม่ถึง 150 ms ขณะที่ Host Guardrail เฝ้าระวังโปรเซสที่เป็นอันตรายแบบเรียลไทม์ โดยใช้ทรัพยากร CPU ไม่ถึง 1% ทั้งนี้ จากการใช้งานจริง ณ ไซต์งานของลูกค้า โซลูชันดังกล่าวตรวจพบช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงสูงถึง 415 รายการ พร้อมระบุเหตุการณ์คุกคามได้อีก 322 รายการภายในช่วง 7 วันแรก ซึ่งสะท้อนถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อปกป้องระบบ AI ด้วยกัน และทำให้มั่นใจว่าจะสร้าง Token ได้อย่างปลอดภัย

Stellar AI WAN

  • ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ: การประมวลผลข้ามภูมิภาคมักประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งประสิทธิภาพที่ลดลงอย่างมาก ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบภายในองค์กรที่สูง และค่าบริการสายสัญญาณส่วนตัวราคามหาศาล เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ โซลูชัน Stellar AI WAN จาก Huawei จึงถูกพัฒนาขึ้นมาให้รองรับการส่งผ่านพลังการประมวลผลระยะไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่สูญเสียข้อมูล ด้วยอัลกอริทึม Starnet Lossless ที่ช่วยขจัดปัญหาข้อมูลสูญหายระหว่างทาง ผลักดันประสิทธิภาพการประมวลผลระยะไกลให้สูงกว่า 95% นอกจากนี้ อุปกรณ์เครือข่ายประมวลผล XH ที่ใช้อัลกอริทึมแบ่งชั้นโมเดลจะทำหน้าที่ประมวลผลชั้นเริ่มต้นและชั้นสุดท้าย ณ จุดใช้งานโดยตรง และส่งเฉพาะข้อมูลเวกเตอร์มิติสูงผ่านเครือข่ายเท่านั้น ช่วยให้ข้อมูลดิบทั้งหมดจัดเก็บอยู่ภายในองค์กรอย่างปลอดภัย พร้อมลดต้นทุน xPU สำหรับสาขาเริ่มต้นลงได้ถึง 4 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น ระบบยังประมวลผลควบคู่ไปกับการรับส่งข้อมูล จึงช่วยลดระยะเวลาแบนด์วิดท์ว่างเปล่าได้มากกว่า 80% และลดความต้องการใช้แบนด์วิดท์ลงได้ถึง 5 เท่า
  • ความมั่นคงปลอดภัย: เทคโนโลยีป้องกันเครือข่าย WAN แบบหลายมิติ จาก Huawei มุ่งรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การโจมตีแบบ APT และ HNDL โดยมีกลไกการทำงานที่สำคัญในแต่ละระดับ เช่น ระดับอุปกรณ์มีแผงบอร์ดความปลอดภัยในตัวช่วยสกัดกั้นการบุกรุกแบบเรียลไทม์ พร้อมติดตามแกะรอยภัยคุกคามได้ภายในไม่กี่นาทีด้วยความแม่นยำสูงกว่า 95% อีกทั้งยังสามารถแสดงเส้นทางการโจมตีในรูปแบบภาพได้ลึกสูงสุดถึง 100 ฮอป ขณะที่ระดับลิงก์มีเทคโนโลยี QKD ในตัว มอบความมั่นคงปลอดภัยระดับควอนตัมโดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม ช่วยลดต้นทุนการวางระบบลงได้มากกว่า 60% ทั้งยังขยายระยะทางการรับส่งข้อมูลได้ไกลถึง 80 กิโลเมตร ส่วนในระดับเครือข่ายมีระบบการจัดสรรขอบเขตข้อมูลบนเทคโนโลยี APN6 ช่วยให้ควบคุมเส้นทางทราฟฟิกข้อมูลได้ทั่วทั้งเครือข่าย ยกระดับความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลที่มีความสำคัญสูงได้อย่างมั่นใจ

Stellar AI Campus Network

  • ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ: เป็นที่คาดการณ์กันว่า อัตราการใช้งาน Agent ในองค์กรธุรกิจจะสูงขึ้นแตะ 50% ภายในปีนี้ ส่งผลให้การดูแลและบริหารจัดการระบบ (O&M) แบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานตลอด 24 ชั่วโมงได้อีกต่อไป ทำให้การฟื้นฟูระบบจากเหตุขัดข้องภายในระดับนาทีกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง Huawei จึงยกระดับระบบเครือข่ายอัตโนมัติแบบครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในส่วนของข้อมูล โมเดล และเครื่องมือต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีรับรู้สภาวะเครือข่ายอันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ ช่วยให้จัดเก็บข้อมูลพิเศษได้มากกว่า 25 ประเภท พร้อมรอบการสุ่มตัวอย่างข้อมูลที่ความเร็ว 100 ms จึงสามารถตรวจจับความผิดปกติที่เล็กน้อยที่สุดได้อย่างแม่นยำ ขณะเดียวกัน อัลกอริทึม Deep Causal Pruning (DCP) ได้เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่โมเดล AI ลดข้อผิดพลาดในการประมวลผลเชิงลึกลงได้มากกว่า 20% พร้อมยกระดับความแม่นยำในการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาขัดข้องสูงถึง 95% นอกจากนี้ เทคโนโลยีจำลองสภาวะแบบกระจายตัว iFlow 2.0 ยังช่วยตรวจสอบเส้นทางการประมวลผลอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้การปฏิบัติการเครือข่ายทั่วทั้งระบบขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ลดระยะเวลา MTTR เหลือเพียงไม่ถึง 5 นาที และมอบประสบการณ์การใช้บริการสำคัญได้อย่างเป็นเลิศ
  • ความมั่นคงปลอดภัย: ปัจจุบันองค์กรธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายอย่างมากจากการถูกเจาะระบบอย่างรวดเร็วในกลุ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อพื้นฐาน (Dumb Terminal) รวมถึงปฏิสัมพันธ์แอบแฝงที่เป็นอันตรายจากระบบ Agent ทาง Huawei จึงได้พัฒนาโซลูชัน Stellar AI Campus Network Asset Security 2.0 เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ ด้วยการปกป้องแบบผนึกกำลังอุปกรณ์ปลายทางและเครือข่าย โซลูชันนี้ฝังโมเดล AI ขนาดจิ๋วไว้ในอุปกรณ์สวิตช์ เพื่อช่วยลดเวลาการตรวจจับภัยคุกคามในอุปกรณ์เชื่อมต่อพื้นฐานจาก 5 นาที เหลือไม่ถึง 10 วินาที พร้อมผสานพลังของโมเดลขนาดเล็ก AI Core อันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ เข้ากับโมเดลขนาดใหญ่เชิงความหมายบน NPU เพื่อจำลองรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของ Agent ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ยกระดับอัตราการตรวจจับคำสั่งที่เป็นอันตรายได้สูงถึง 95% ขจัดความเสี่ยงซ่อนเร้น พร้อมคุ้มครองระบบเครือข่ายและบริการต่าง ๆ ภายในองค์กร

สำหรับอนาคตข้างหน้า Huawei จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และโซลูชัน Stellar AI Network ต่อไป ตามวิสัยทัศน์ "AI for All, All on Secure IP" เพื่อร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรในการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ทุกการเชื่อมต่อในยุค AI

 

Source : Huawei เปิดตัว Stellar AI Network เวอร์ชันอัปเกรด ยกระดับการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ปลอดภัย ขับเคลื่อนโลกยุค Agentic

The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.

Sign In

Register

Reset Password

Please enter your username or email address, you will receive a link to create a new password via email.