• คอมพิวเตอร์ควอนตัม Helios ของ Quantinuum ทำสถิติโลกด้านความเที่ยงตรงเชิงตรรกะ (logical fidelity) ที่ 99.9995% หรือมีข้อผิดพลาดเพียง 5 ครั้งต่อการดำเนินการหนึ่งล้านครั้ง โดยใช้สถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดของบริษัท
  • อัตราข้อผิดพลาดดังกล่าวต่ำกว่าสถิติที่ Quantinuum ทำไว้เองเมื่อเดือนกันยายน 2569 ถึง 10 เท่า และต่ำกว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดซึ่งมีการเผยแพร่จากเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ประเภทอื่นทั้งหมดถึง 100 เท่า โดยผลลัพธ์ที่ใช้เปรียบเทียบนี้รายงานโดย Google Quantum AI ซึ่งใช้ระบบควอนตัมที่อาศัยตัวนำยิ่งยวด
  • ความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของ Quantinuum ใช้รหัสแก้ไขข้อผิดพลาดที่แตกต่างกันบนฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดและเทคโนโลยีควอนตัมแบบกักไอออน (trapped-ion technology) ของบริษัทช่วยผลักดันให้ความแม่นยำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ประสิทธิภาพได้เข้าสู่ช่วงเป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับ Apollo

บรูมฟิลด์, รัฐโคโลราโด, 20 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — Quantinuum (NASDAQ: QNT) บริษัทชั้นนำด้านการประมวลผลควอนตัมแบบครบวงจร (full-stack) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้สร้างสถิติโลกครั้งใหม่ด้านการแก้ไขข้อผิดพลาดของควอนตัม โดยสามารถทำค่าความเที่ยงตรงเชิงตรรกะได้ถึง 99.9995% บนคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์ Helios ด้วยการใช้สถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดของบริษัท ความสำเร็จนี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญครั้งที่สองของ Quantinuum ภายในระยะเวลาเพียงสองเดือน และแสดงให้เห็นว่าฮาร์ดแวร์แบบกักไอออนซึ่งมีความแม่นยำสูง ประกอบกับสถาปัตยกรรมที่มีความยืดหยุ่น สามารถทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับความแม่นยำได้อย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Quantinuum ในด้านการแก้ไขข้อผิดพลาด และยืนยันว่าประสิทธิภาพด้านความแม่นยำของบริษัทได้เข้าสู่ช่วงเป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับ Apollo ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบอเนกประสงค์ที่ทนทานต่อข้อผิดพลาดที่บริษัทวางแผนจะพัฒนาให้พร้อมใช้งานภายในปี 2572

สถาปัตยกรรมของ Quantinuum เป็นกรอบการทำงานแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบซึ่งสามารถตั้งโปรแกรมได้ผ่านแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาของบริษัท โดยผสานตัวถอดรหัสที่ปรับแต่งให้เหมาะสมด้วยปัญญาประดิษฐ์ การเชื่อมต่อคิวบิตแบบครบทุกคู่ (all-to-all qubit connectivity) การดำเนินการทางกายภาพที่มีความเที่ยงตรงสูง และการแก้ไขข้อผิดพลาดในระดับฮาร์ดแวร์เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมดังกล่าวยังช่วยให้บริษัทสามารถทดสอบ ปรับปรุง และผสานรหัสแก้ไขข้อผิดพลาดประเภทต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ตลอดจนปรับสมดุลระหว่างความแม่นยำกับประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสมที่สุด

ในการศึกษาครั้งล่าสุด Quantinuum ได้นำ "รหัสสี" (color code) ซึ่งเป็นรหัสแก้ไขข้อผิดพลาดที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมาใช้ภายในสถาปัตยกรรมนี้ จนสามารถทำสถิติโลกด้านความเที่ยงตรงเชิงตรรกะได้สำเร็จ โดยมีอัตราข้อผิดพลาดเทียบเท่ากับเพียง 5 ครั้งต่อการดำเนินการหนึ่งล้านครั้ง อัตราข้อผิดพลาดดังกล่าวต่ำกว่าสถิติโลกที่ Quantinuum ทำไว้เองเมื่อเดือนที่แล้วถึง 10 เท่า และต่ำกว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดซึ่งมีการเผยแพร่ในบรรดาเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ควอนตัมประเภทอื่นทั้งหมดถึง 100 เท่า โดยผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นผลงานของ Google Quantum AI ซึ่งใช้ระบบควอนตัมที่อาศัยตัวนำยิ่งยวด (superconducting system)

"ด้วยผลลัพธ์ครั้งนี้เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เรามีทั้งสถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดและเทคโนโลยีแบบกักไอออนซึ่งจำเป็นต่อการบรรลุความสามารถในการทนทานต่อข้อผิดพลาดแบบอเนกประสงค์" ดร. Rajeeb Hazra ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Quantinuum กล่าว "เราสามารถลดอัตราข้อผิดพลาดลงได้ถึงสิบเท่าอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันสั้น โดยใช้รหัสที่แตกต่างกันบนฮาร์ดแวร์เชิงพาณิชย์ชุดเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดของเรา เราได้ก้าวข้ามเกณฑ์สำคัญที่จำเป็นต่อการทำให้ความแม่นยำเพิ่มขึ้นแบบแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลแล้ว ซึ่งยิ่งตอกย้ำแนวทางการพัฒนาสู่ Apollo ของเรา รวมถึงรูปแบบที่เราสามารถช่วยให้ผู้ใช้งานปลดล็อกมูลค่าเชิงพาณิชย์จากเทคโนโลยีควอนตัมในระดับขนาดใหญ่ได้"

การศึกษานี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ข้อผิดพลาดเชิงตรรกะลดลงแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลเมื่อ Quantinuum เพิ่ม "ระยะห่างของรหัส" (code distance) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ทำความเข้าใจว่าต้องใช้คิวบิตทางกายภาพจำนวนเท่าใดในการปกป้องข้อมูลควอนตัมเมื่อระบบการแก้ไขข้อผิดพลาดขยายขนาดใหญ่ขึ้น การเพิ่มระยะห่างของรหัสในแต่ละครั้งที่ทดสอบช่วยลดข้อผิดพลาดเชิงตรรกะที่ยังคงเหลืออยู่ได้ถึง 12 เท่า ซึ่งเป็นสถิติใหม่ แสดงให้เห็นว่ารหัสสามารถลดข้อผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยความสามารถนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายขนาดระบบการประมวลผลควอนตัมที่ทนทานต่อข้อผิดพลาด Quantinuum เชื่อว่าผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่า บริษัทอาจทำให้ระบบมีความสามารถในการทนทานต่อข้อผิดพลาดได้โดยใช้คิวบิตจำนวนน้อยกว่าที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีควอนตัมแนวทางอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

"นี่คือหมุดหมายสำคัญที่นักวิจัยด้านการประมวลผลควอนตัมมุ่งพยายามบรรลุมานานหลายปี" Robin Blume-Kohout ผู้อำนวยการร่วมของ Quantum Performance Lab แห่ง Sandia National Laboratories ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ กล่าว "บทความวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจริงและมีนัยสำคัญจากการแก้ไขข้อผิดพลาดควอนตัม โดยคิวบิตเชิงตรรกะมีประสิทธิภาพดีกว่าคิวบิตเชิงกายภาพที่เป็นองค์ประกอบของมันเกือบ 100 เท่า หากขยายระบบนี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็อาจทำให้ระบบมีความน่าเชื่อถือถึงระดับที่จำเป็นสำหรับการคำนวณควอนตัมแบบทนทานต่อข้อผิดพลาดที่ใช้งานได้จริง โดยใช้คิวบิตเชิงกายภาพน้อยกว่าหนึ่งล้านคิวบิต ซึ่งช่วยเพิ่มแนวโน้มความเป็นไปได้ในการนำคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาใช้งานจริง ผลการค้นพบเหล่านี้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเทคนิคสำคัญประการหนึ่งที่เป็นปัญหาหลักของวงการนี้ได้อย่างมาก"

ในเดือนกันยายน 2569 Quantinuum ใช้สถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดแบบเดียวกันร่วมกับรหัส Helix เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ระดับสถิติใหม่ด้านหน่วยความจำเชิงตรรกะและการคำนวณเชิงตรรกะ โดยการสาธิตทั้งสองครั้งดำเนินการบนฮาร์ดแวร์ Helios ชุดเดียวกัน

การสาธิตทั้งสองครั้งแสดงให้เห็นว่า Quantinuum สามารถสร้างต้นแบบรหัสแก้ไขข้อผิดพลาดประเภทต่าง ๆ ภายในสถาปัตยกรรมเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว เพื่อปรับให้เหมาะสมกับจุดแข็งที่เกี่ยวข้องในด้านความแม่นยำ ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร และความเร็ว บนระบบ Helios รหัส Helix ใช้คิวบิตทางกายภาพ 10 คิวบิตต่อหนึ่งคิวบิตเชิงตรรกะ ขณะที่รหัสสีใช้คิวบิตทางกายภาพสูงสุด 37 คิวบิตต่อหนึ่งคิวบิตเชิงตรรกะ อย่างไรก็ตาม รหัสสีสามารถทำให้อัตราข้อผิดพลาดเชิงตรรกะต่ำลงได้ ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าการใช้งานประเภทใดเหมาะสมกับรหัสแต่ละแบบมากที่สุด ในขณะที่ระบบกำลังพัฒนาไปสู่ความสามารถทนทานต่อข้อผิดพลาด

สถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดของ Quantinuum มีความยืดหยุ่น โดยรองรับการดึงข้อมูลซินโดรมแบบปรับเปลี่ยนได้ (adaptive syndrome extraction) ซึ่งเป็นกระบวนการปรับการวัดเพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดระหว่างการคำนวณให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และการแมปแบบเชื่อมโยงเป็นสาย (chain-mapping) ซึ่งเชื่อมต่อรหัสที่เหมาะกับงานคำนวณประเภทต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เมื่อผสานเทคนิคเหล่านี้เข้ากับโครงสร้างรหัสที่มีประสิทธิภาพและการถอดรหัสแบบเรียลไทม์ ก็จะเกิดแนวทางหลากหลายในการลดข้อผิดพลาดและลดปริมาณทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้

Quantinuum กำลังผสานฮาร์ดแวร์ สถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาด และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบครบวงจรของบริษัทเข้าเป็นระบบบูรณาการสำหรับการประมวลผลควอนตัมที่ทนทานต่อข้อผิดพลาด ขณะที่ลูกค้ากำลังเตรียมพร้อมสำหรับยุคใหม่ของการประมวลผลนี้ Quantinuum ก็กำลังจัดหาเครื่องมือที่จำเป็นต่อการพัฒนาและขยายขนาดแอปพลิเคชันควอนตัม ซึ่งมีศักยภาพในการรับมือกับความท้าทายในสาขาวิทยาศาสตร์วัสดุ เคมี การเงิน โลจิสติกส์ และภาคส่วนสำคัญอื่น ๆ

อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ quantinuum.com/fault-tolerance-by-2029 

เกี่ยวกับ Quantinuum

Quantinuum เป็นบริษัทชั้นนำด้านการประมวลผลควอนตัมที่นำเสนอแพลตฟอร์มแบบครบวงจร (full-stack) ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ควอนตัมไปใช้งานได้ในการทำงานจริง บริษัทได้นำระบบควอนตัมที่ใช้เทคโนโลยีแบบกักไอออน (trapped-ion) หลายรุ่นออกใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งเป็นระบบที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม QCCD ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ที่บริษัทได้นำมาปรับใช้ร่วมกับการออกแบบและความสามารถใหม่ ๆ เพื่อให้ได้ระดับความแม่นยำสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยของความแม่นยำในการทำงานของเกตแบบสองคิวบิต ทั้งนี้ Quantinuum ได้ดำเนินความร่วมมือเชิงรุกกับผู้นำตลาดในหลากหลายภาคส่วน เช่น เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์วัสดุ บริการทางการเงิน รวมถึงภาครัฐและอุตสาหกรรม รวมถึงสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั่วโลก บริษัทมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 800 คน รวมถึงนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยชั้นนำ โดยมากกว่า 70% ของทีมเทคโนโลยีของบริษัทมีวุฒิปริญญาเอกหรือปริญญาโท สำนักงานใหญ่ของ Quantinuum ตั้งอยู่ที่เมืองบรูมฟิลด์ รัฐโคโลราโด และมีสำนักงานเพิ่มเติมในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น กาตาร์ และสิงคโปร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.quantinuum.com

ข้อความคาดการณ์อนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์อนาคต (Forward-Looking Statements) ตามความหมายที่กำหนดไว้ในมาตรา 27A แห่งกฎหมาย Securities Act of 1933 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 21E แห่งกฎหมาย Securities Exchange Act of 1934 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้อความดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อกำหนดว่าด้วยความคุ้มครองความรับผิดตามหลักเกณฑ์ Safe Harbor ของกฎหมาย Private Securities Litigation Reform Act of 1995 ข้อความทั้งหมดที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตถือเป็นข้อความคาดการณ์อนาคต รวมถึงข้อความเกี่ยวกับแนวทางของ Quantinuum ในการพัฒนา Apollo และกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้สำหรับ Apollo ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบสากลที่ทนทานต่อข้อผิดพลาดซึ่งบริษัทวางแผนจะพัฒนาขึ้น ให้แล้วเสร็จภายในปี 2572 ตลอดจนประสิทธิภาพ ความสามารถในการขยายขนาด และปริมาณทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับสถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดเชิงตรรกะ รหัสแก้ไขข้อผิดพลาด และฮาร์ดแวร์ควอนตัมแบบกักไอออนของ Quantinuum ซึ่งรวมถึงจำนวนคิวบิตทางกายภาพที่จำเป็นต่อการทำให้ระบบทนทานต่อข้อผิดพลาด เมื่อเปรียบเทียบกับแนวทางอื่น ๆ ความเร็วในการปรับปรุงอัตราข้อผิดพลาดเชิงตรรกะในอนาคต ความสามารถของ Quantinuum ในการช่วยลูกค้าเตรียมความพร้อมและสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์จากการประมวลผลควอนตัมแบบทนทานต่อข้อผิดพลาด ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประมวลผลควอนตัมต่อภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงวิทยาศาสตร์วัสดุ เคมี การเงิน และโลจิสติกส์ คำต่าง ๆ เช่น "มุ่งหมาย" "คาดการณ์" "เชื่อ" "ความเชื่อมั่น" "อาจสามารถ" "คาดหวัง" "สำรวจ" "ตั้งใจ" "อาจ" "แนวทาง" "แผน" "ศักยภาพ" "แสวงหา" "บ่งชี้" "จะ" "น่าจะ" และถ้อยคำอื่น ๆ ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ระบุข้อความคาดการณ์อนาคต อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตทุกข้อความจะมีคำเหล่านี้ปรากฏอยู่

ข้อความคาดการณ์อนาคตตั้งอยู่บนความคาดหวังและสมมติฐานในปัจจุบันของ Quantinuum และอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากผลลัพธ์ที่ระบุหรือสื่อเป็นนัยไว้ในข้อความดังกล่าว ความเสี่ยงเหล่านี้รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง ผลลัพธ์ที่ระบุไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้มาจากการทดลอง และอาจไม่สามารถทำซ้ำให้ได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันเมื่อนำไปใช้กับระบบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในการคำนวณเชิงตรรกะ หรือในการใช้งานเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ Quantinuum อาจไม่สามารถขยายขนาดระบบ เพิ่มจำนวนคิวบิต หรือบูรณาการฮาร์ดแวร์ กรอบการทำงานด้านการแก้ไขข้อผิดพลาด และซอฟต์แวร์ได้ตามแผนที่วางไว้ โดย Quantinuum อาจไม่สามารถดำเนินการตามแผนงานด้านเทคโนโลยีได้ตามกำหนดเวลาที่คาดการณ์ไว้ หรืออาจไม่สามารถดำเนินการได้เลย ซึ่งรวมถึงโครงการ Apollo ตลอดจนความเร็วของความก้าวหน้าทางเทคนิคในด้านการประมวลผลควอนตัม ความสามารถของ Quantinuum ในการรักษาความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพของระบบ รวมถึง Helios การแข่งขันจากบริษัทอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงความก้าวหน้าของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลควอนตัมรูปแบบอื่นหรือสถาปัตยกรรมอื่น ตลอดจนความพร้อมของเงินทุน บุคลากร และการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในหัวข้อ "ปัจจัยความเสี่ยง" (Risk Factors) ในรายงาน Form 10-Q ประจำไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ของ Quantinuum รวมถึงเอกสารที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (Securities and Exchange Commission หรือ SEC) ในภายหลัง ข้อความคาดการณ์อนาคตมีผลใช้เฉพาะ ณ วันที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น Quantinuum ไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์อนาคตใด ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

press@quantinuum.com

Source : Quantinuum ทำลายสถิติโลกด้านความสามารถในการแก้ไขข้อผิดพลาดของควอนตัมด้วยผลลัพธ์ที่ดีขึ้นถึง 10 เท่า ยืนยันแนวทางชั้นนำสู่การประมวลผลควอนตัมที่ทนทานต่อความผิดพลาดภายในปี 2572

The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.

Sign In

Register

Reset Password

Please enter your username or email address, you will receive a link to create a new password via email.