โครงการพัฒนาผู้นำระดับภูมิภาคนี้จะรวมตัวผู้นำรุ่นใหม่จำนวน 18 คน เพื่อร่วมกันพิจารณาทบทวนความท้าทายที่ซับซ้อนซึ่งภูมิภาคกำลังเผชิญ และเสริมสร้างแนวทางการเป็นผู้นำที่คำนึงถึงความต้องการของชุมชนที่ยังขาดแคลนทรัพยากรและบริการพื้นฐานยิ่งขึ้น
กรุงเทพฯ, 27 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — มูลนิธิ Pijar Foundation โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ The Rockefeller Foundation เปิดตัว Asia Leaders’ Circle ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มเพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้นำระดับภูมิภาคให้แก่ผู้นำรุ่นใหม่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นท้าทายเพื่อประโยชน์สาธารณะ โครงการนี้จะจัดให้มีพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้างความไว้วางใจอย่างแท้จริงและตั้งอยู่บนรากฐานทางวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พิจารณาสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรม ทบทวนการตัดสินใจที่ยากลำบากในระดับองค์กร และไตร่ตรองว่าการตัดสินใจของตนส่งผลกระทบอย่างไรบ้างต่อชุมชนที่ขาดทรัพยากรและบริการพื้นฐาน กลุ่มคนชายขอบ รวมทั้งชุมชนที่ยังขาดตัวแทนเพื่อสะท้อนเสียงและความต้องการของตน
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองช่องว่างด้านการพัฒนาภาวะผู้นำในภูมิภาค กล่าวคือ ความจำเป็นในการสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้นำซึ่งทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและขับเคลื่อนการพัฒนาสามารถทบทวนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับลำดับความสำคัญที่ขัดแย้งกัน แรงกดดันจากสาธารณชน และทางเลือกที่ยากต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การตัดสินใจของพวกเขาส่งผลกระทบต่อชุมชนที่มักขาดตัวแทนหรือมีเสียงไม่มากพอในกระบวนการตัดสินใจขององค์กรและสถาบันต่าง ๆ โครงการนี้จะใช้กระบวนการทบทวนอย่างเป็นระบบ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนร่วมโครงการ และการสนทนาระหว่างผู้มีส่วนร่วมจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมพิจารณาว่า แนวทางปฏิบัติด้านการเป็นผู้นำของตนจะสามารถนำความต้องการและประสบการณ์ชีวิตจริงของชุมชนเหล่านี้ไปพิจารณาให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร
โครงการนี้ได้รับการประกาศเปิดตัวในงาน AsiaXchange 2026 ซึ่งเป็นงานประชุมสำคัญประจำปีระดับภูมิภาคของ The Rockefeller Foundation ที่มีเหล่าผู้นำและพันธมิตรจากทั่วเอเชียเข้าร่วม
"เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้ขาดผู้นำที่มีความสามารถ ผู้นำที่มีประสบการณ์นำมาซึ่งภูมิปัญญาที่สั่งสมจากการทำงานในสถาบัน ขณะที่ผู้นำรุ่นใหม่ก็นำเสนอมุมมองใหม่ ๆ รวมทั้งความกล้าที่จะตั้งคำถามต่อแนวคิดที่ยึดถือกันมา ภาวะผู้นำไม่ควรเป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้ทางเดียว แต่ควรเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องที่คนทั้งสองรุ่นจะสามารถเรียนรู้จากกันได้" Ferro Ferizka ประธานของมูลนิธิ Pijar Foundation กล่าว
"นี่คือเป้าหมายที่สนับสนุน Asia Leaders’ Circle คือการสร้างพื้นที่ที่ไว้วางใจได้ ซึ่งผู้นำรุ่นใหม่และผู้นำที่มีประสบการณ์สามารถตั้งคำถามต่อสมมติฐานที่มีอยู่ เรียนรู้จากกันและกัน และสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เราหวังว่าจะช่วยบ่มเพาะภาวะผู้นำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความอ่อนน้อมถ่อมตน สติปัญญา และความร่วมมือ โดยเปิดโอกาสให้สามารถนำมุมมองที่แตกต่างกันไปสู่การตัดสินใจที่รอบคอบและให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมเท่าเทียมยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของชุมชนที่เรามุ่งทำงานเพื่อสนับสนุน" Ferro กล่าวเสริม
ทั้งนี้ คาดว่า Asia Leaders’ Circle รุ่นแรกจะรวมตัวผู้นำรุ่นใหม่จำนวน 18 คนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายสาขา ได้แก่ งานบริการสาธารณะ ภาคประชาสังคม สื่อ ศิลปะและวัฒนธรรม ธุรกิจและนวัตกรรม ตลอดจนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการคัดเลือกจะให้ความสำคัญกับบุคคลที่มีบทบาทในการส่งเสริมงานหรือกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์และการกุศล ควบคู่ไปกับการมีประสบการณ์หรือศักยภาพด้านภาวะผู้นำที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครจะคำนึงถึงความครอบคลุมของตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและความสมดุลทางเพศด้วย โดยจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบุคคลที่ทำงานโดยตรงกับชุมชน หรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการตัดสินใจที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของกลุ่มคนที่ยังขาดทรัพยากรหรือโอกาส
ทั้งนี้ จากผลสำรวจ State of Southeast Asia Survey ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นประจำปีระดับภูมิภาคจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อการกำหนดความคิดเห็นของสาธารณชนและผู้นำทางความคิด เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ของอาเซียนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่า 70% มีอายุต่ำกว่า 46 ปี ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของคนรุ่นใหม่ในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพที่มีส่วนกำหนดวาระสำคัญและการถกเถียงประเด็นสาธารณะของภูมิภาค การเปลี่ยนผ่านระหว่างคนต่างรุ่นนี้กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญความท้าทายที่มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
"คนรุ่นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างมีบทบาทในการสร้างอนาคตที่สดใสและมีความหวังยิ่งขึ้นให้กับภูมิภาคอยู่แล้ว ด้วยแนวทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์ ความเต็มใจที่จะเสี่ยง และความรู้สึกรับผิดชอบร่วมกันต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนรอบข้าง โดย Asia Leaders’ Circle จะเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้สร้างความร่วมมือกับบุคคลหรือองค์กรที่ปกติอาจไม่ได้ร่วมงานกัน เปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น และร่วมกันรับมือกับความท้าทายในระดับภูมิภาคและระดับโลก เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการริเริ่มนี้ และตั้งตารอที่จะได้เรียนรู้จากผู้นำรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้" Elizabeth Yee รองประธานบริหารฝ่ายโครงการของ The Rockefeller Foundation กล่าว
ทั้งนี้ Asia Leaders’ Circle มีความยินดีต้อนรับเจ้าชายมังกูนาโกโรที่ 10 (K.G.P.A.A. Mangkoenagoro X) เข้าร่วมเป็นสมาชิกคนแรกของคณะกรรมการที่ปรึกษา มุมมองของพระองค์เกี่ยวกับภาวะความเป็นผู้นำระหว่างคนต่างรุ่น มรดกทางวัฒนธรรม และการดูแลรักษาและสืบสานคุณค่าของสถาบัน จะมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางและพัฒนาโครงการให้เติบโตและขยายผลไปทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ด้วยการต่อยอดจากขนบธรรมเนียมของมังกูเนการัน (Mangkunegaran) ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการศึกษา การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ การเข้ามามีส่วนร่วมของพระองค์จึงนำเสนอมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับวิธีที่ผู้นำจะสามารถสืบทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นก่อน พร้อมทั้งปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้
"เมื่อข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำแห่งมังกูเนการัน ข้าพเจ้าก็ได้รับสืบทอดความรับผิดชอบที่เชื่อมโยงคนต่างรุ่นเข้าด้วยกัน นั่นคือ การดูแลมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตและรับรองได้ว่าภูมิปัญญาของมรดกดังกล่าวจะยังคงเป็นประโยชน์ต่อผู้คนท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงไป คนแต่ละรุ่นย่อมมีคำถามใหม่ ๆ และหน้าที่ของเราคือการสืบทอดภูมิปัญญานั้นต่อไปด้วยความเปิดกว้างและความกล้าที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงยินดีสนับสนุน Asia Leaders’ Circle ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน อันจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของชุมชนที่เรามุ่งทำงานเพื่อสนับสนุน" เจ้าชายมังกูนาโกโรที่ 10 กล่าว
ด้วยการมีส่วนร่วมของพระองค์ โครงการพัฒนาผู้นำรุ่นแรกนี้จึงจะจัดขึ้นที่เมืองสุราการ์ตา (Surakarta) โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมจัดขึ้นที่ Puro Mangkunegaran ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อวัฒนธรรม การศึกษา และศิลปะที่สืบทอดตามขนบธรรมเนียมของชาวชวา นอกเหนือจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว มังกูเนการันยังเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมด้านการเป็นผู้นำ และค่านิยมของสถาบัน สามารถได้รับการอนุรักษ์ นำมาทบทวนและตั้งคำถาม ตลอดจนปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละยุคสมัยและถ่ายทอดจากคนรุ่นสู่รุ่นได้อย่างไร ผู้เข้าร่วมโครงการจะมีโอกาสเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้ พร้อมทั้งพิจารณาว่าความอ่อนน้อมถ่อมตน ปัญญาที่สั่งสมจากประสบการณ์ และความสำนึกรับผิดชอบต่อผู้อื่น จะสามารถนำมาเป็นหลักในการพัฒนาภาวะผู้นำในยุคปัจจุบันและประกอบการตัดสินใจภายในองค์กรและสถาบันต่าง ๆ ได้อย่างไร
โครงการพัฒนาผู้นำรุ่นแรกนี้จะประกอบด้วยการร่วมกิจกรรมและใช้ชีวิตร่วมกันในเมืองสุราการ์ตา การจัดเวทีพบปะแลกเปลี่ยนที่เปิดให้สาธารณชนมีส่วนร่วมในกรุงจาการ์ตา และการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องหลังจบโครงการตามแผนที่วางไว้ องค์ประกอบทั้งหมดเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทบทวนตนเองในวงส่วนตัว สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีสาธารณะ ไปจนถึงการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้เข้าร่วมโครงการจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงาน องค์กรการกุศลและองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ ตลอดจนผู้นำระดับภูมิภาค ขณะเดียวกัน กิจกรรมและเครือข่ายสำหรับศิษย์เก่าก็จะช่วยส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่องแม้หลังโครงการสิ้นสุดลง
ในระยะยาว Asia Leaders’ Circle มีเป้าหมายในการช่วยส่งเสริมการตัดสินใจภายในสถาบันและแวดวงการทำงานของผู้เข้าร่วมให้มีความตระหนักรู้ ครอบคลุมทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม และมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น โครงการนี้จะติดตามการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดกิจกรรม พร้อมทั้งรวบรวมและบันทึกแนวทางการตัดสินใจใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาศึกษาว่าผู้เข้าร่วมได้นำความรู้ที่ได้รับจากโครงการไปประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างไร รวมถึงพิจารณาว่าแนวทางการตัดสินใจของพวกเขาคำนึงถึงความต้องการของชุมชนที่ขาดทรัพยากรและบริการพื้นฐาน กลุ่มคนชายขอบ รวมทั้งชุมชนที่ยังขาดตัวแทนเพื่อสะท้อนเสียงของตนอย่างเพียงพอมากขึ้นหรือไม่ ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากกระบวนการนี้จะนำไปใช้ประกอบการจัดทำ Decision Practice Compendium หรือเอกสารรวบรวมแนวทางปฏิบัติในการตัดสินใจ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาโครงการ ตลอดจนเป็นข้อมูลสำหรับการวางแนวทางดำเนินโครงการในรุ่นต่อ ๆ ไป
ขณะนี้โครงการ Asia Leaders’ Circle รุ่นแรกได้เปิดรับสมัครผู้นำรุ่นใหม่จากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผลงานและบทบาทส่งเสริมงานด้านการกุศลและประโยชน์สาธารณะ และมีความสนใจที่จะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทบทวนความท้าทายที่ซับซ้อนในการเป็นผู้นำกับเพื่อนร่วมโครงการจากหลากหลายภาคส่วน ประเทศ และสาขาวิชา
สามารถสมัครได้ที่: [ลิงก์ลงทะเบียน]
เกี่ยวกับ Pijar Foundation
Pijar Foundation เป็นมูลนิธิการกุศลของอินโดนีเซียที่ทำงานเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำ นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต่อการกำหนดอนาคตของเอเชีย การดำเนินงานของมูลนิธิครอบคลุม 3 เสาหลัก ได้แก่ การพัฒนาภาวะผู้นำและขีดความสามารถ การส่งเสริมนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการ และการผลักดันเชิงนโยบายควบคู่กับการสนับสนุนงานด้านการกุศลเพื่อสาธารณประโยชน์
Pijar Foundation ร่วมมือกับรัฐบาล ภาคธุรกิจ องค์กรการกุศลและการให้ทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ สถาบันการศึกษา และชุมชน เพื่อสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตั้งอยู่บนบริบทและความต้องการของท้องถิ่น พร้อมช่วยเชื่อมโยงแนวคิดที่มีศักยภาพเข้ากับสถาบัน เครือข่ายความร่วมมือ และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการขยายผลกระทบเชิงบวก ทั้งในอินโดนีเซียและในภูมิภาคเอเชียโดยรวม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม pijarfoundation.org
เกี่ยวกับ The Rockefeller Foundation
ตลอดระยะเวลา 113 ปีที่ผ่านมา The Rockefeller Foundation ได้ลงทุนมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ มูลนิธิแห่งนี้เป็นองค์กรการกุศลเพื่อสาธารณประโยชน์ที่บุกเบิกแนวทางใหม่ ๆ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาคส่วนที่อาจไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ทำงานร่วมกัน ควบคู่กับการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์และก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก เรานำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ประโยชน์ เพื่อเดินหน้าลงทุนครั้งสำคัญและสร้างการเปลี่ยนแปลงวงกว้างทั้งในด้านพลังงาน อาหาร สุขภาพ และการเงิน รวมถึง RF Catalytic Capital (RFCC) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อสาธารณประโยชน์ของเรา หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสมัครรับจดหมายข่าวของเราได้ที่ www.rockefellerfoundation.org/subscribe และติดตามเราได้ทาง X ที่ @RockefellerFdn, Instagram @rockefellerfdn และ LinkedIn @the-rockefeller-foundation
เกี่ยวกับ Mangkunegaran
มังกูเนการัน (Mangkunegaran) เป็นสถาบันราชสำนักและศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในเมืองสุราการ์ตา จังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยรากฐานจากมรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และค่านิยมอันทรงคุณค่า มังกูเนการันจึงมุ่งธำรงรักษาและสืบสานวัฒนธรรมผ่านขนบธรรมเนียม การศึกษา ความร่วมมือ และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสและใกล้ชิดกับมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มังกูเนการันนำองค์ความรู้และคุณค่าที่สั่งสมและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาต่อยอด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ การแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ และแนวทางปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับความต้องการและความท้าทายในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังสร้างโอกาสให้ผู้คนทุกช่วงวัยได้ค้นพบความหมายและคุณค่าของวัฒนธรรม ตลอดจนมีส่วนร่วมในการสืบสานและขับเคลื่อนวัฒนธรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://mangkunegaran.id/ หรือ Instagram ได้ทาง @mangkunegaran
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.