เซินเจิ้น, จีน, 17 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ — การประชุม 2026 Global Low-Carbon Industry Forum ได้มีขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ในธีม "Making the Most of Every Ray, Powering the Unpowered" (ใช้ทุกรังสีให้คุ้มค่า เติมเต็มพลังงานสู่พื้นที่ขาดแคลน) งานนี้จัดขึ้นจากความร่วมมือของ Global Solar Council, สมาคมวิจัยพลังงานแห่งประเทศจีน, กลุ่ม World Alliance for Low Carbon Cities, บัณฑิตวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัย Tsinghua ณ เมืองเซินเจิ้น และ Huawei Digital Power โดยได้รวบรวมเหล่าผู้นำในอุตสาหกรรม นักวิชาการระดับแถวหน้า ผู้ให้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า และตัวแทนองค์กรธุรกิจจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนทัศนะและสำรวจหาแนวทางในการนำเทคโนโลยี Grid Forming มาผสานรวมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพลิกโฉมภูมิทัศน์พลังงานโลก
คุณ Hou Jinlong กรรมการบริหารของ Huawei และประธาน Huawei Digital Power กล่าวในสุนทรพจน์เปิดงานว่า การลดคาร์บอน การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า การขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ได้กลายเป็นเทรนด์ระยะยาวในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนั้นไม่มีโมเดลสำเร็จรูปที่สามารถใช้ได้กับทุกพื้นที่ เพราะแต่ละภูมิภาคและแต่ละระบบเศรษฐกิจต่างต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนและหลากหลาย โดยในภูมิภาคที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนสูง จะมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของระบบเป็นหลัก ขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะเน้นการสร้างความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าควบคู่กับการลดต้นทุน ส่วนในพื้นที่ด้อยพัฒนานั้น ปัญหาท้าทายสำคัญอยู่ที่การขยายโอกาสให้เข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ การผสานรวมเทคโนโลยี Grid Forming เข้ากับปัญญาประดิษฐ์ จะช่วยให้การใช้พลังงานหมุนเวียนมีต้นทุนต่ำ น่าเชื่อถือ ยั่งยืน และจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมทางเลือกใหม่ที่นำไปปรับใช้ได้จริงในทุกพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดย Huawei Digital Power มุ่งมั่นที่จะผนึกกำลังกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ "Grid Forming ทุกแห่งหน และ AI ทุกแห่งหน" พร้อมร่วมสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมดิจิทัลพาวเวอร์ที่แข็งแกร่ง เติบโต และยั่งยืน
แนวโน้มอุตสาหกรรม: ผสาน Grid Forming และ AI รับมือความท้าทายใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก
วงการพลังงานทั่วโลกกำลังเกิดการพลิกโฉมเชิงระบบอย่างลึกซึ้ง โดยผู้แทนจาก Global Solar Council ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองในปาฐกถาพิเศษว่า เมื่อความไม่แน่นอนเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ โลกกำลังปรับเปลี่ยนจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ไปสู่การพึ่งพาตนเองทางพลังงาน โดยอาศัยทรัพยากรพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานในท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำว่าการปฏิวัติทางเทคโนโลยีคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งการผสานรวมระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) และระบบกักเก็บพลังงานอย่างล้ำลึกนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืนยิ่งขึ้น
คุณ Wang Xiongfei ภาคีสมาชิก IEEE และศาสตราจารย์อาวุโส Xinghua จากมหาวิทยาลัย Tsinghua ได้ร่วมวิเคราะห์ปัญหาท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดจากศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AIDC) ขนาดใหญ่ระดับ GW โดยชี้ให้เห็นว่า ในอนาคต ศูนย์ข้อมูลไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เท่านั้น แต่ต้องปรับบทบาทสู่การเป็นภาระไฟฟ้าที่เป็นมิตรที่สามารถรับรู้สถานะของระบบไฟฟ้า เข้าไปช่วยประคองเสถียรภาพของโครงข่ายในเชิงรุก และมีขีดความสามารถในการเดินเครื่องต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้ในระดับหนึ่ง ทั้งยังได้เสนอนวัตกรรมการออกแบบร่วมกันตั้งแต่ระดับชิปไปจนถึงโครงข่ายไฟฟ้า โดยเน้นย้ำว่า การใช้เทคโนโลยีสำคัญ ทั้งระบบกักเก็บพลังงานแบบ Grid Forming, การเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมระบบ UPS และการบริหารจัดการปริมาณภาระงานอย่างสอดประสานนั้น จะช่วยให้ศูนย์ข้อมูลและระบบไฟฟ้าทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการคำนวณดำเนินงานได้อย่างมั่นคงในอนาคต
คุณ Patrick Clerens เลขาธิการสมาคมกักเก็บพลังงานยุโรป ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "European Energy Storage Markets: Market Mechanisms and the Development of GFM Services" (ตลาดระบบกักเก็บพลังงานในยุโรป: กลไกตลาดและการพัฒนาบริการ GFM) โดยฉายภาพถึงวิวัฒนาการของกลไกตลาดกักเก็บพลังงานในสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการด้านความมั่นคงทางพลังงานและการปฏิรูปโครงสร้างตลาดไฟฟ้า พร้อมกันนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่า ยิ่งสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มสูงขึ้น ค่าแรงเฉื่อยของระบบกลับยิ่งลดลง ส่งผลให้ศักยภาพในการทำ Grid Forming กลายเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถมองข้ามได้ นอกจากนี้ ยังได้เจาะลึกการทดลองใช้บริการ Grid Forming ในยุโรป เช่น การสร้างแรงเฉื่อยสังเคราะห์และการตอบสนองความถี่แบบรวดเร็ว ทั้งยังเปิดเผยว่าเยอรมนีก็ได้เริ่มเปิดประมูลศักยภาพ Grid Forming แล้ว ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่และเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงาน
ดร. Liu Yunfeng หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Huawei Digital Power ได้ร่วมแสดงทัศนะในหัวข้อ "Grid Forming + AI: Powering the Energy Internet’s Silicon Evolution" (Grid Forming + AI: พลังขับเคลื่อนวิวัฒนาการยุคซิลิคอนแห่งอินเทอร์เน็ตพลังงาน) โดยชี้ให้เห็นว่า ระบบไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนผ่านจาก "ระบบกลไกแม่เหล็กไฟฟ้า" ไปสู่ "ระบบซิลิคอนที่ควบคุมด้วยโปรแกรม" ส่งผลให้เสถียรภาพของระบบไม่ได้เป็นเพียง "คุณสมบัติที่มีมาตามธรรมชาติ" อีกต่อไป แต่กลายเป็น "ศักยภาพที่ต้องออกแบบขึ้นมา" พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวระบบสอบทานแบบครบวงจรของ Huawei สำหรับเทคโนโลยี Grid Forming โดยเน้นย้ำว่า AI ไม่ใช่แค่ทางเลือกเสริมของระบบอินเทอร์เน็ตพลังงาน แต่เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ระบบที่มีความซับซ้อนสูงสามารถทำงานได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ทั้งนี้ โซลูชัน FusionSolar Agent ของ Huawei ซึ่งขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม AI 4 ชั้น ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ โมเดลพลังงานไฟฟ้า อุปกรณ์อัจฉริยะ และเอเจนต์อัจฉริยะ จะเข้ามาพลิกโฉมการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะตลอดวงจรชีวิต พร้อมเร่งขับเคลื่อนระบบพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานให้ก้าวสู่ยุคอัจฉริยะ
ลงมือปฏิบัติจริงเป็นแรงขับเคลื่อน: จากมาตรฐานการรับรอง สู่การพิสูจน์ผลลัพธ์จริงในโครงการ PV+ESS ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
คุณ Pouya Mostashar นักวิจัยจาก Fraunhofer IWES ได้เปิดเผยผลการทดสอบเทคโนโลยี Grid Forming ระดับเมกะวัตต์ครั้งแรกของยุโรป ซึ่งจัดทำขึ้นร่วมกับ Huawei การทดสอบนี้ดำเนินการตามแนวทางการทดสอบ Grid Forming แบบครอบคลุมฉบับแรกของโลกที่ออกโดย VDE FNN ในเยอรมนี ผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่า ระบบกักเก็บพลังงานมีประสิทธิภาพโดดเด่นในสถานการณ์จำลองสำคัญ ทั้งการตอบสนองต่อค่าแรงเฉื่อย ศักยภาพในการรองรับภาระไฟฟ้าเกิน และการทำงานแบบเกาะเดี่ยว โดยระบุว่า การทดสอบครั้งนี้ไม่เพียงพิสูจน์ให้เห็นความเป็นเลิศในการนำเทคโนโลยี Grid Forming มาใช้กับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ยังวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการรับรองมาตรฐานและการซื้อขายศักยภาพด้าน Grid Forming ในอนาคตอีกด้วย
คุณ Antonio M. Abuel Jr. ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายโครงการของ Terra Solar Philippines Inc. ได้ร่วมนำเสนอโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ผสานระบบกักเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยโครงการ MTerra Solar Grid-Forming PV+ESS ประกอบด้วยระบบ PV กำลังการผลิต 3.5 GW และระบบกักเก็บพลังงานแบบ Grid Forming ขนาด 4.5 GWh ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โครงการระยะที่ 1 ซึ่งครอบคลุมระบบ PV ขนาด 2.5GWp และระบบ BESS ขนาด 3.3GWh ได้ดำเนินการก่อสร้างและทดสอบระบบเสร็จสิ้น พร้อมเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการนี้จะส่งมอบพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพให้แก่ครัวเรือนราว 2.4 ล้านครัวเรือน และช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้มากกว่า 4.3 ล้านตันต่อปี พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำว่า คุณค่าสำคัญของโครงการนี้คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า ระบบ PV+ESS ขนาดใหญ่สามารถเป็นแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรและพึ่งพาได้สำหรับโครงข่ายไฟฟ้าของฟิลิปปินส์ ทั้งยังสร้างโมเดลต้นแบบที่นำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทั่วโลก
ความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรม: ผนึกกำลังเปิดตัวข้อตกลง Grid Forming & AI ระดับโลก มุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้า
เพื่อเป็นการปิดท้ายงานนี้อย่างยิ่งใหญ่ ทาง Global Solar Council, สมาคมวิจัยพลังงานแห่งประเทศจีน, กลุ่ม World Alliance for Low Carbon Cities, บัณฑิตวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัย Tsinghua ณ เซินเจิ้น ร่วมกับ Huawei Digital Power ตลอดจนพันธมิตรในอุตสาหกรรมและตัวแทนองค์กรชั้นนำจากทั่วโลก ได้ร่วมกันเปิดตัวข้อตกลงความร่วมมือระดับโลกอย่าง Global Joint Initiative on Grid Forming & AI โดยมีเป้าหมายในการผนึกกำลังทั้งภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งขับเคลื่อนการสร้างมาตรฐานและนำเทคโนโลยี Grid Forming และ AI ไปใช้ในวงกว้าง พร้อมทั้งมุ่งใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางพลังงาน เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าสะอาดที่มีเสถียรภาพและมีราคาที่เข้าถึงได้ให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มประชากรเกือบ 700 ล้านคนทั่วโลกที่ยังคงขาดแคลนไฟฟ้า ตลอดจนเดินหน้าผลักดันภารกิจเพื่อขจัดช่องว่างในการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ พลังขับเคลื่อนจากเทคโนโลยี Grid Forming และ AI กำลังเข้ามามีส่วนผลักดันระบบพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและชาญฉลาด ซึ่งผนึกกำลังพลังงานหมุนเวียน ทั้งแสงอาทิตย์ ลม และระบบกักเก็บพลังงาน ให้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.
