![]() |
ลิมาซอล, ไซปรัส, 30 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — การควบคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน ขณะที่ชาวอเมริกันเตรียมลงคะแนนเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 435 ที่นั่ง และสมาชิกวุฒิสภา 35 ที่นั่ง ที่สำคัญ การเลือกตั้งกลางเทอมจะช่วยกำหนดทิศทางการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในช่วงเวลาที่เหลือ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
พรรครีพับลิกันครองที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 218 ที่นั่ง เทียบกับพรรคเดโมแครตที่มี 214 ที่นั่ง และครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาด้วยสัดส่วน 53 ต่อ 47 ที่นั่ง พรรคการเมืองต้องมีอย่างน้อย 218 ที่นั่งจึงจะควบคุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ดังนั้น พรรคเดโมแครตจึงจำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่มประมาณ 4 ที่นั่ง หากคว้าชัยในสภาผู้แทนราษฎรได้ ตำแหน่งประธานสภาจะตกเป็นของพรรคเดโมแครต ทำให้พรรคสามารถควบคุมได้ว่าร่างกฎหมายใดจะถูกนำเข้าสู่การลงมติ
ตลาดคาดการณ์ (Polymarket) ให้น้ำหนักอย่างมากกับโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะคว้าชัย ณ วันที่ 29 ตุลาคม ตลาดประเมินโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาไว้ที่ 67% โอกาสที่พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาอยู่ที่ 28% และโอกาสที่พรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาอยู่ที่ 6% นอกจากนี้ ตลาดยังประเมินโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งในสภาผู้แทนราษฎรไว้ที่ 93% จากการประเมินดังกล่าว การที่พรรคเดโมแครตจะคว้าชัยทั้งสองสภาจึงเป็นสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ แต่ยังห่างไกลจากความแน่นอน
Aaron Hill หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ FP Markets ให้ความเห็นว่า "ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คำถามสำคัญที่นักลงทุนจำนวนมากกำลังพิจารณา ซึ่งก็เป็นคำถามที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว คือ ราคาหุ้นจะยังคงปรับตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปได้หรือไม่หลังการเลือกตั้งกลางเทอม แม้ผมจะเป็นคนแรกที่ยอมรับว่าผลการดำเนินงานในอดีตไม่อาจรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้ แต่ผลการศึกษาของ JP Morgan ชี้ว่า นับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในปีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมทุกครั้ง หากเราได้เห็นสภาคองเกรสที่ไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ในมุมมองของผม สถานการณ์ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนัก และอาจช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่มีอายุคงเหลือยาวนานลงได้ อย่างไรก็ตาม หากพรรคเดโมแครตคว้าชัยทั้งสองสภา ก็จะเกิดคำถามเกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลและกฎระเบียบต่าง ๆ และอาจกลายเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้น"
เพื่อใช้ประโยชน์จากความเคลื่อนไหวของตลาดที่อาจเกิดขึ้น เทรดเดอร์และนักลงทุนของ FP Markets สามารถเข้าถึงสินทรัพย์หลายประเภทผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายระดับโลก ซึ่งรวมถึงสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ที่อ้างอิงดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เช่น S&P 500 และ Nasdaq คู่เงินหลักที่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงทองคำและน้ำมัน ช่วยให้สามารถซื้อขายตามปฏิกิริยาของตลาดขณะที่ผลการเลือกตั้งทยอยประกาศออกมา
เกี่ยวกับ FP Markets
FP Markets เป็นโบรกเกอร์ระดับโลกที่ได้รับรางวัลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง ก่อตั้งขึ้นที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2548 บริษัทให้บริการตราสาร CFD มากกว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมสินทรัพย์ 7 ประเภท ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำของอุตสาหกรรม ได้แก่ MetaTrader 4, MetaTrader 5, TradingView และ cTrader
FP Markets อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) ของออสเตรเลีย, Financial Services Authority (FSA) ของเซเชลส์, Financial Sector Conduct Authority (FSCA) ของแอฟริกาใต้ และ Capital Markets Authority (CMA) ของเคนยา
ดูข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าชม www.fpmarkets.com
Source : FP Markets: ตลาดมองว่าพรรคเดโมแครตคว้าชัยทั้งสองสภาเป็นสถานการณ์พื้นฐาน
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.
