![]() |
- แผนงานนี้เชื่อมโยงการพัฒนาและนำแอปพลิเคชันไปใช้งานเข้ากับฮาร์ดแวร์ Quantinuum แต่ละรุ่น ผ่านทาง Apollo ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบสากลที่ทนต่อข้อผิดพลาดของบริษัท ซึ่งมีแผนเปิดตัวในปี 2572
- Nexus ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาแห่งแรกที่ผสานรวมการเข้ารหัสเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดโดยอัตโนมัติ การประมวลผลบนฮาร์ดแวร์ของ Quantinuum และการประสานการทำงานของเวิร์กโฟลว์แบบไฮบริด
- Nexus จะทยอยจัดการความซับซ้อนของการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบทนต่อข้อผิดพลาด และนำโปรแกรมไปใช้งานจริง โดยโปรแกรมเหล่านี้สามารถขยายขนาดและเพิ่มขีดความสามารถได้ตามความก้าวหน้าของฮาร์ดแวร์
บรูมฟิลด์, รัฐโคโลราโด, 6 พฤศจิกายน 2569 /PRNewswire/ — ในวันนี้ Quantinuum (NASDAQ: QNT) บริษัทชั้นนำด้านการประมวลผลควอนตัมแบบครบวงจร (full-stack) ได้เปิดเผยแผนงานใหม่สำหรับการพัฒนา Quantinuum Nexus ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในรูปแบบบริการ (Platform as a Service) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาแห่งแรกของอุตสาหกรรมควอนตัมที่ออกแบบมาเพื่อยุคการประมวลผลควอนตัมที่ทนทานต่อข้อผิดพลาด แผนงานดังกล่าวจะนำเสนอขีดความสามารถใหม่ ๆ ในฮาร์ดแวร์แต่ละรุ่น ผ่าน Apollo ที่เป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมอเนกประสงค์เครื่องแรกของบริษัทที่ทนทานต่อข้อผิดพลาดอย่างสมบูรณ์ซึ่งมีแผนเปิดตัวในปี 2572 โดยจะช่วยทำให้วิธีการที่ลูกค้าสร้าง นำไปใช้งาน และดำเนินการแอปพลิเคชันควอนตัมง่ายขึ้นและเป็นระบบอัตโนมัติยิ่งขึ้น
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2567 Nexus ได้พัฒนาขีดความสามารถจากเดิมที่มุ่งเน้นการจัดการเวิร์กโฟลว์ควอนตัมบนระบบคลาวด์ ให้ครอบคลุมกระบวนการพัฒนาและนำแอปพลิเคชันไปใช้งานแบบครบวงจร โดยรวบรวมขั้นตอนการเขียนโปรแกรม การตรวจสอบความถูกต้อง การคอมไพล์โปรแกรม และการประมวลผลไว้ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน Nexus ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเครื่องมือซอฟต์แวร์และทรัพยากรด้านการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันและเวิร์กโฟลว์แบบไฮบริด ผ่านบริการที่มีการบริหารจัดการให้ โดย Nexus ยังมีตัวเลือกในการเข้าถึงและการผสานรวมระบบที่ยืดหยุ่น รองรับทั้งการใช้งานผ่านระบบคลาวด์และการติดตั้งระบบไว้ภายในองค์กร (On-premises)
จนถึงปี 2572 การเปิดตัวเวอร์ชันต่อเนื่องมีเป้าหมายที่จะทยอยทำให้การแก้ไขข้อผิดพลาด การจัดการทรัพยากร การประสานการทำงาน และการนำไปใช้งานเป็นระบบอัตโนมัติและเรียบง่ายขึ้น เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและผสานรวมแอปพลิเคชันที่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ในระดับลอจิคัล (Logical Level)
ด้วยการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ควอนตัมควบคู่กัน Quantinuum ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันทั่วทั้งระบบ และเปลี่ยนความก้าวหน้าของฮาร์ดแวร์ให้กลายเป็นขีดความสามารถที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้ได้ Nexus ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับขีดความสามารถเหล่านั้นในฮาร์ดแวร์แต่ละรุ่น ช่วยให้ลูกค้าได้กระบวนการพัฒนาที่ง่ายขึ้น และช่วยให้ Quantinuum มีแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการดึงดูดใจและขยายฐานผู้ใช้งานให้เติบโต ทั้งนี้ นักพัฒนาสามารถใช้เทคนิคการแก้ไขข้อผิดพลาดที่รองรับกับโปรแกรมโดยอัตโนมัติ และนำโปรแกรมเหล่านั้นไปประมวลผลบน Helios ได้แล้วในปัจจุบัน
ปัจจุบัน Nexus รองรับองค์กรกว่า 200 แห่งแล้ว โดยเพิ่มขึ้น 45% ในปี 2569 ขณะที่จำนวนการส่งงานประมวลผลทั้งหมดเพิ่มขึ้นสิบเท่าในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วง 12 เดือนก่อนหน้า การมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นนี้ช่วยสร้างฐานลูกค้าและนักพัฒนาที่ Quantinuum จะสามารถขยายให้เติบโตต่อไปได้ในขณะที่ฮาร์ดแวร์ของบริษัทมีความก้าวหน้ามากขึ้น
"แนวทางแบบครบวงจรของเราหมายความว่า ความก้าวหน้าแต่ละครั้งของฮาร์ดแวร์สามารถกลายเป็นขีดความสามารถที่ลูกค้าสามารถนำไปต่อยอดผ่าน Nexus ได้" ดร. Rajeeb Hazra ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Quantinuum กล่าว "เป้าหมายของเรา คือ การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาแห่งแรกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับยุคแห่งการทนต่อข้อผิดพลาด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชันได้ตั้งแต่วันนี้ และต่อยอดการลงทุนดังกล่าวต่อไปในอนาคต Nexus ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้านำแอปพลิเคชันและเวิร์กโฟลว์แบบไฮบริดไปใช้งานจริง รวมถึงผสานรวมแพลตฟอร์มเข้ากับสภาพแวดล้อมการประมวลผลของตน เมื่อระบบของเรามีขีดความสามารถสูงขึ้น เรามุ่งหวังว่าแอปพลิเคชัน เวิร์กโฟลว์ และองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญที่ลูกค้าได้พัฒนาขึ้นผ่าน Nexus จะยิ่งทวีคุณค่าและมีประโยชน์มากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ลูกค้าเลือกพัฒนาแอปพลิเคชันร่วมกับ Quantinuum ต่อไป และทำให้ Nexus กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการประมวลผลที่ลูกค้าใช้งานในระยะยาวอย่างยั่งยืน"
การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาเพื่อรองรับยุคแห่งเทคโนโลยีควอนตัมที่ทนต่อข้อผิดพลาด
แผนงาน Nexus จัดกลุ่มขีดความสามารถต่าง ๆ ตามวงจรชีวิตแอปพลิเคชัน 3 ขั้นตอน ได้แก่ การพัฒนา การปรับเพิ่มประสิทธิภาพ และการนำไปใช้งานจริง เพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้างแอปพลิเคชันแบบไฮบริดที่ผสานการประมวลผลควอนตัมและการประมวลผลแบบคลาสสิก ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดไปพร้อมกับฮาร์ดแวร์ Quantinuum รุ่นต่อ ๆ ไปได้ ดังต่อไปนี้:
- พัฒนา (Develop): แผนงานนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐานที่สร้างไว้ล่วงหน้า ไลบรารีสำหรับการทนต่อข้อผิดพลาด และเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับแต่ละสาขา ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถเปลี่ยนจากการสร้างวงจรควอนตัมแต่ละวงจรไปสู่การสร้างแอปพลิเคชันที่สมบูรณ์ได้ แพลตฟอร์มนี้จะทยอยทำให้การเข้ารหัสเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด การคอมไพล์ และการจัดการทรัพยากรเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยให้นักพัฒนาสามารถมุ่งความสำคัญที่ตัวแอปพลิเคชันได้มากขึ้น และลดความจำเป็นในการจัดการกับความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์พื้นฐาน
- ปรับเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimize): แผนงานนี้ระบุถึงเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมระหว่างการทำงาน ข้อกำหนดด้านทรัพยากร และประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน การเปิดตัวเวอร์ชันในอนาคตมีแผนที่จะนำเสนอการลดข้อผิดพลาดเพิ่มเติม การวินิจฉัยแบบเรียลไทม์ และการกู้คืนจากข้อผิดพลาดที่เป็นระบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถประมวลผลการคำนวณที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และใช้ทรัพยากรควอนตัมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- นำไปใช้งาน (Deploy): Nexus กำลังได้รับการออกแบบให้ประสานการทำงานระหว่างการประมวลผลควอนตัมและการประมวลผลแบบคลาสสิกบนโปรเซสเซอร์ของ Quantinuum ระบบประมวลผลสมรรถนะสูง โครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ และเครื่องมือจากผู้ให้บริการภายนอก เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถผสานรวมเวิร์กโฟลว์ควอนตัมเข้ากับสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่มีอยู่ และนำแอปพลิเคชันแบบทนต่อข้อผิดพลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปใช้งานจริง
"คอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังจะบรรลุความสามารถในการทนต่อข้อผิดพลาดได้ในระดับขนาดใหญ่ นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะเรากำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจในแง่ขีดความสามารถในการคำนวณของเรา ความท้าทายใหม่คือการวางอัลกอริทึมควอนตัมระดับสูงของเราให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถทำงานบนฮาร์ดแวร์ที่ผ่านการแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างสำเร็จ แพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาอย่าง Nexus ช่วยให้เราก้าวข้ามช่องว่างระหว่างการออกแบบอัลกอริทึมควอนตัมกับการนำไปใช้งานจริงได้" José Ignacio Latorre ผู้อำนวยการศูนย์ Centre for Quantum Technologies ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยระดับชาติชั้นนำด้านเทคโนโลยีควอนตัมของสิงคโปร์ กล่าว
ขีดความสามารถเหล่านี้ได้รับการปรับให้เหมาะสมโดยเฉพาะสำหรับระบบของ Quantinuum และคาดว่าจะช่วยสร้างเส้นทางการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาแอปพลิเคชันในระยะเริ่มต้นบน Helios ไปจนถึงการนำไปใช้งานที่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นบน Sol และ Apollo เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถต่อยอดการลงทุนของตนไปพร้อมกับความก้าวหน้าของฮาร์ดแวร์ได้
การสร้างรากฐานตั้งแต่วันนี้
ปัจจุบัน Quantinuum ได้เริ่มนำองค์ประกอบสำคัญของแนวทางดังกล่าวมาพัฒนาและใช้งานแล้ว โดย Guppy FT และ Guppy Algorithms ซึ่งเปิดตัวในเดือนกันยายน 2569 ได้ช่วยขยายเพิ่มขีดความสามารถของ Nexus ด้วยการรองรับรูปแบบการแก้ไขข้อผิดพลาด การดำเนินงานแบบทนต่อข้อผิดพลาด และองค์ประกอบพื้นฐานของอัลกอริทึมที่สามารถนำมาประกอบและเชื่อมต่อกันได้
นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรม เข้ารหัสโปรแกรมเหล่านั้นโดยอัตโนมัติเพื่อให้รองรับรูปแบบการแก้ไขข้อผิดพลาดที่กำหนดไว้ ทดสอบโปรแกรมในสภาพแวดล้อมจำลอง และสั่งประมวลผลโปรแกรมที่รองรับบนระบบ Helios ได้ ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานระดับสูงก็ยังคงสามารถปรับแต่งสถาปัตยกรรมของระบบได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะทางได้ตามต้องการ
ขีดความสามารถเหล่านี้ถือเป็นรากฐานสำคัญให้แก่การเปิดตัวเวอร์ชันต่าง ๆ ตามแผนงานในอนาคต รวมถึงเวอร์ชันถัดไปที่มีกำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคม ซึ่งคาดว่าจะขยายขีดความสามารถในการรองรับเวิร์กโฟลว์แบบไฮบริด เพื่อให้แอปพลิเคชันสามารถตอบสนองต่อผลลัพธ์จากการประมวลผลควอนตัมได้ทันทีที่ผลลัพธ์ดังกล่าวพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มรหัสแก้ไขข้อผิดพลาดที่รองรับ และเครื่องมือวิเคราะห์การประมวลผล เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมให้ดียิ่งขึ้น
การเชื่อมโยงแอปพลิเคชันควอนตัมเข้ากับระบบการประมวลผลขององค์กร
นักวิจัยและองค์กรธุรกิจต่าง ๆ กำลังใช้ Nexus เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันในสาขาเคมีศาสตร์ วัสดุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมทั้งผสานรวม Nexus เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ดังนี้:
- Qubit Pharmaceuticals และ CQT ใช้ Nexus ในการดำเนินการทดลอง Quantum Monte Carlo บนระบบ System Model H2 และ Helios ของ Quantinuum
- นักวิจัยจาก RIKEN และมหาวิทยาลัยโตเกียวใช้ Nexus เพื่อทำการจำลองนิวเคลียสของอะตอมบน Reimei นอกจากนี้ ยังใช้ Nexus เพื่อผสานรวมเวิร์กโฟลว์แบบไฮบริดระหว่างควอนตัมและ HPC สำหรับใช้คำนวณพลังงานของสถานะกระตุ้น (Excited-State Energies) ในระบบชีวโมเลกุลจำลอง
- นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ใช้เครื่องมือคอมไพล์ของ Nexus ในการเตรียมวงจรเคมีควอนตัมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Maastricht University ใช้ Nexusในการจำลอง คอมไพล์ และประมวลผลอัลกอริทึมติดตามอนุภาคควอนตัม ซึ่งกำลังสำรวจแนวทางใหม่ ๆ ในการสร้างเส้นทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคขึ้นมาใหม่
- Metriq gym ของ Unitary Foundation ใช้ Nexus เพื่อเข้าถึงฮาร์ดแวร์ของ Quantinuum สำหรับการประเมินสมรรถนะที่สามารถทำซ้ำได้อย่างน่าเชื่อถือบนแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่าง ๆ
- Quantinuum กำลังผสานรวม Nexus เข้ากับสภาพแวดล้อมของ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) เพื่อช่วยสนับสนุนการติดตั้งและผสานรวมคอมพิวเตอร์ Helios ของ Quantinuum ในสถานที่ขององค์กร เข้ากับบริการคลาวด์ของ OCI
สำรวจแผนงานฉบับเต็มของ Nexus ได้ที่นี่ และคลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เข้าใช้งานแพลตฟอร์มคลาวด์ Nexus
เกี่ยวกับ Quantinuum
Quantinuum เป็นบริษัทชั้นนำด้านการประมวลผลควอนตัมที่นำเสนอแพลตฟอร์มแบบครบวงจร (full-stack) ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ควอนตัมไปใช้งานได้ในการทำงานจริง บริษัทได้นำระบบควอนตัมที่ใช้เทคโนโลยีแบบกักไอออน (trapped-ion) หลายรุ่นออกใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งเป็นระบบที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม QCCD ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ที่บริษัทได้นำมาปรับใช้ร่วมกับการออกแบบและความสามารถใหม่ ๆ เพื่อให้ได้ระดับความแม่นยำสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยของความแม่นยำในการทำงานของเกตแบบสองคิวบิต ทั้งนี้ Quantinuum ได้ดำเนินความร่วมมือเชิงรุกกับผู้นำตลาดในหลากหลายภาคส่วน เช่น เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์วัสดุ บริการทางการเงิน รวมถึงภาครัฐและอุตสาหกรรม รวมถึงสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั่วโลก บริษัทมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 800 คน รวมถึงนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยชั้นนำ โดยมากกว่า 70% ของทีมเทคโนโลยีของบริษัทมีวุฒิปริญญาเอกหรือปริญญาโท สำนักงานใหญ่ของ Quantinuum ตั้งอยู่ที่เมืองบรูมฟิลด์ รัฐโคโลราโด และมีสำนักงานเพิ่มเติมในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น กาตาร์ และสิงคโปร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.quantinuum.com
ข้อความคาดการณ์อนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์อนาคต (Forward-Looking Statements) ตามความหมายที่กำหนดไว้ในมาตรา 27A แห่งกฎหมาย Securities Act of 1933 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 21E แห่งกฎหมาย Securities Exchange Act of 1934 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้อความดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อกำหนดว่าด้วยความคุ้มครองความรับผิดตามหลักเกณฑ์ Safe Harbor ของกฎหมาย Private Securities Litigation Reform Act of 1995 ข้อความทั้งหมดที่ไม่ใช่ข้อความที่เป็นข้อเท็จจริงในอดีต ล้วนเป็นข้อความคาดการณ์อนาคต ซึ่งรวมถึงข้อความเกี่ยวกับแผนงาน Nexus ของ Quantinuum และคุณสมบัติ ขีดความสามารถ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ และกำหนดเวลาของการเปิดตัว Nexus เวอร์ชันต่าง ๆ ในอนาคต รวมถึงการพัฒนา ขีดความสามารถ และกำหนดเวลาที่คาดการณ์ไว้ของฮาร์ดแวร์ของ Quantinuum ซึ่งรวมถึง Sol และ Apollo ตลอดจนกำหนดการที่วางแผนไว้สำหรับการเปิดให้ใช้งาน Apollo ในปี 2572 นอกจากนี้ ยังรวมถึงข้อความเกี่ยวกับการนำ Nexus ไปใช้งานและการยอมรับ Nexus เข้ามาใช้ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในหมู่ลูกค้าและนักพัฒนา ตลอดจนความสามารถของ Quantinuum ในการขยายการยอมรับดังกล่าวไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างยิ่งขึ้น การผสานรวม Nexus เข้ากับ Oracle Cloud Infrastructure และสภาพแวดล้อมการประมวลผลของผู้ให้บริการภายนอกรายอื่น ๆ รวมถึงศักยภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบทนต่อข้อผิดพลาด คำต่าง ๆ เช่น "มุ่งหมาย" "คาดการณ์" "เชื่อ" "อาจสามารถ" "คาดหวัง" "สำรวจ" "ตั้งใจ" "อาจ" "แผน" "ศักยภาพ" "แสวงหา" "จะ" "น่าจะ" และถ้อยคำอื่น ๆ ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ระบุข้อความคาดการณ์อนาคต อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตทุกข้อความจะมีคำเหล่านี้ปรากฏอยู่
ข้อความคาดการณ์อนาคตตั้งอยู่บนความคาดหวังและสมมติฐานในปัจจุบันของ Quantinuum และอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากผลลัพธ์ที่ระบุหรือสื่อเป็นนัยไว้ในข้อความดังกล่าว ความเสี่ยงเหล่านี้รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง ความล่าช้าหรืออุปสรรคในการพัฒนา การทดสอบ หรือการเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ ๆ ของ Nexus หรือฮาร์ดแวร์ของ Quantinuum ซึ่งรวมถึง Sol และ Apollo ภายในกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้ หรือการไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้เลย ความเป็นไปได้ที่เทคนิคการแก้ไขข้อผิดพลาดอาจไม่สามารถทำงานได้ตามที่คาดหวังเมื่อขยายการใช้งานไปสู่ระดับขนาดใหญ่ ความรวดเร็วของความก้าวหน้าทางเทคนิคในด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม ความสามารถของ Quantinuum ในการรักษาความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งรวมถึง Helios ระดับการยอมรับและการนำ Nexus ไปใช้งานของลูกค้าและนักพัฒนา ตลอดจนการใช้งานอย่างต่อเนื่อง การพึ่งพาบุคคลที่สามของ Quantinuum ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ให้บริการระบบประมวลผลสมรรถนะสูง และการแข่งขันทางธุรกิจ ตลอดจนความพร้อมของเงินทุน บุคลากร และการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในหัวข้อ "ปัจจัยความเสี่ยง" (Risk Factors) ในรายงาน Form 10-Q ประจำไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ของ Quantinuum รวมถึงเอกสารที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (Securities and Exchange Commission หรือ SEC) ในภายหลัง ข้อความคาดการณ์อนาคตมีผลใช้เฉพาะ ณ วันที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น Quantinuum ไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์อนาคตใด ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business Directory.
